|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อังคาร, 03 มีนาคม 2009 07:52 |
พัฒนาวาระของอาเซียนภาคประชาชน แถลงการณ์เวทีอาเซียนภาคประชาชน-การประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนครั้งที่สี่ 20 – 22 กุมภาพันธ์ 2552 กรุงเทพฯ ประเทศไทย  เราเป็นตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,000 คนที่มาจากภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งมิตรสหายและเพื่อนร่วมงานที่แสดงความสนับสนุนจุดยืนของเราจากทั่วโลก เราได้ประชุมร่วมกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2552 ในเวทีอาเซียนภาคประชาชน การประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนครั้งที่สี่ (ASEAN Peoples’ Forum (APF) – Fourth ASEAN Civil Society Conference (ACSC IV) เราเป็นตัวแทนองค์กรชุมชนที่หลากหลาย องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน ขบวนการสังคมของผู้หญิง เด็ก และเยาวชน กลุ่มผู้พิการ คนงานพลัดถิ่น คนงานทั้งในระบบและนอกระบบ คนพื้นเมือง ชนชาติพันธุ์ เกษตรกร ประมงรายย่อย กลุ่มผู้ไร้สัญชาติและอยู่ชายขอบ พวกเราต้องการเน้นให้เห็นข้อกังวลสำคัญของประชาชนและชุมชนในภูมิภาคนี้ ซึ่งควรเป็นวาระสำคัญในการทำงานของอาเซียน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหน้าที่อย่างแท้จริง มีความหมาย และเหมาะสม เราเรียกร้องอาเซียนและรัฐภาคีทั้งหลายให้ นอกจากเป็นการกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาวาระของอาเซียนภาคประชาชน ภายหลังการประชุมเวทีอาเซียนภาคประชาชนทั้งสามครั้งซึ่งจัดขึ้นที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ การประชุมสามวันในครั้งนี้เน้นปัญหาท้าทายที่เร่งด่วนของภูมิภาคและต้องได้รับการแก้ไขอย่างมียุทธศาสตร์ กลุ่มปัญหาด้านการเมือง-ความมั่นคง สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลงและความขัดแย้งภายในประเทศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยบั่นทอนเงื่อนไขทางการเมือง สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในประเทศพม่าซึ่งยังคงมีการจับกุมคุมขังนักโทษการเมือง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ทั้งยังมีการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการปฏิวัติชายจีวรที่นำโดยคณะสงฆ์ในพม่า รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กิส ในขณะที่การละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นและไม่ได้รับการแก้ไข ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนยังตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทำร้าย ถูกจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การรวมตัว และการชุมนุมอย่างสงบ |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
ศุกร์, 27 กุมภาพันธ์ 2009 03:23 |
แถลงการณ์ Bogor ความเป็นเอกภาพของสหภาพแรงงานอาเซียน เพื่อก้าวสู่การบูรณาการเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)
เรา, บรรดาผู้แทนสมาชิกสหพันธ์แรงงานโลก (Global Union Federation: GUF) และสหภาพแรงงาน ได้รวมตัวกัน ณ กรุงโบกอ, ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2552, เพื่อจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้หัวข้อ “สหภาพแรงงานและการบูรณาการเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน” ในวาระแห่งประวัติศาสตร์นี้ พวกเราในฐานะนักสหภาพแรงงาน, ผู้ใช้แรงงาน, และพลเมืองแห่งอาเซียน เรามีความรับผิดชอบในการร่วมสร้างประชาคมอาเซียนที่เป็นประชาคมแห่งความห่วงใยและการแบ่งปัน เรามีพันธสัญญาในการทำงานร่วมกันในการสร้างอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมีความร่วมมือจากสหภาพแรงงาน เรามีความเชื่อมั่นว่า กระบวนการบูรณาการเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ที่กำลังจะดำเนินการโดยอาเซียนนั้น ซึ่งมีศักยภาพที่จะอำนวยประโยชน์ทางการแข่งขันในยุคโลกาภิวัฒน์ให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ โดยการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ, การสร้างโอกาสในการเข้าถึงงานได้มากขึ้นและความก้าวหน้าในการทำงาน สหภาพแรงงานของเรานั้นมีทักษะความชำนาญและความรู้ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมเพื่อการมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ อย่างไรก็ตาม เรามีความเป็นกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าหลักชัยอันน่ายกย่องนี้ กำลังจะถูกกร่อนลง ด้วยกับการขาดเจตนารมณ์มุ่งหมายและขาดความเข้าใจในความสำคัญของการป้องกันทางสังคม, ความยุติธรรมทางสังคม, และหลักมาตรฐานแรงงานสากล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นควบคู่ไปกับการบูรณาการเศรษฐกิจที่รวดเร็วนี้ โดยแท้จริงแล้ว, ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนก็คือ การนำวาระแห่งผลประโยชน์และความกินดีอยู่ดีของประชาชนใน 10 สมาชิกประเทศเป็นวาระสูงสุดแห่งการบูรณาการภูมิภาค เราต้องการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างและภายใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน อย่างไรก็ตาม เรานั้นยังปรารถนาให้กระบวนการบูรณาการอาเซียนนี้มิได้เป็นไปอย่างครอบคลุมเท่านั้น แต่เราปรารถนาให้เป็นกระบวนที่มีก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงและมีความยุติธรรมสำหรับประชาชนผู้ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสังคมอาเซียน เพื่อการบรรลุถึงเป้าหมายนั้น สหภาพแรงงานในอาเซียนได้มีการปฏิบัติงานเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานกับอาเซียนในมิติทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิภาคที่หลากหลายและแผนงานการเปิดเสรีอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้ผลักดันกระบวนการบูรณาการซึ่งเคารพหลักมาตรฐานแรงงานสากลซึ่งจะนำไปสู่ ความเป็นสังคมที่แท้จริงและการสอดประสานทางเศรษฐกิจภายในประชาชนแห่งอาเซียน |
|
แก้ไขล่าสุด ( ศุกร์, 27 กุมภาพันธ์ 2009 03:36 )
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
FBFT
|
22 มกราคม 2552
เรื่อง แจ้งข้อพิพาทแรงงาน
เรียน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือที่ สร.พธท.001/2551 เรื่องการแจ้งข้อเรียกร้องประจำปี 2551 , E-Mail / ตอบ E-Mail เรื่องขอนัดเจรจาข้อเรียกร้องประจำปี 2551 , E-Mail เรื่องเชิญประชุมชี้แจง วิธีปฏิบัติเรื่องการดำเนินการในกรณีการแจ้งข้อเรียกร้องฯ
ตามที่สหภาพแรงงานพนักงานธนาคารทหารไทย ได้แจ้งข้อเรียกร้องประจำปี 2551 ไว้ต่อ บมจ.ธนาคารทหารไทย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ความละเอียดตามหนังสือที่แนบ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ผู้แทนสายงานทรัพยากรบุคคล ได้ประชุมร่วมกันระหว่างสหภาพแรงงานพนักงานธนาคารทหารไทย กับผู้แทนจากสหภาพแรงงานอื่นอีก 2 แห่ง โดยเป็นการหารือข้อกำหนดกติกาในการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานและพนักงาน โดยไม่มีการพูดถึงเรื่องการเจรจาข้อเรียกร้องที่สหภาพฯ ได้ยื่นไว้ โดยแจ้งว่าธนาคารฯ ยังไม่ได้ตั้งผู้แทนเจรจา จึงขอเลื่อนการเจรจาออกไปก่อนโดยจะได้นำเสนอขอแต่งตั้งผู้แทนเจรจาในวาระการประชุมกรรมการธนาคารเดือนธันวาคม 2551 และจะได้นัดหมายเจรจากับสหภาพฯ ต่อไป สหภาพฯ จึงให้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมเรื่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
FBFT
|
ที่ สร.พธท.1/2551 28 พฤศจิกายน 2551  เรื่อง ขอแจ้งข้อเรียกร้องประจำปี 2551 เรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารทหารไทย โดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งแรกของสหภาพแรงงานพนักงานธนาคารทหารไทย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2551 ได้ให้ความเห็นชอบให้สหภาพแรงงานฯ แจ้งข้อเรียกร้องหรือดำเนินการอันอาจกระทบกระเทือนถึงส่วนได้เสียของสมาชิกเป็นส่วนรวมได้นั้น บัดนี้จากการที่ธนาคารฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและมีการเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงเป็นจำนวนมาก ได้มีการกำหนดนโยบายธุรกิจรวมทั้งนโยบายด้านการบริหารงานบุคคล เพื่อให้ธนาคารฯ มีขีดความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพื่อก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในอันดับต้นๆ ของประเทศ รวมทั้งในระดับสากล ซึ่งโดยความตั้งใจจริงของการกำหนดนโยบายดังกล่าวนับว่าน่าจะเป็นผลดีกับพนักงานโดยรวม แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นปัญหาด้านแรงงานยังมีรายละเอียดอีกมากที่สะสมอยู่ ดังนั้นก่อนที่จะให้พนักงานทุกคนก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กันควรจะต้องคลี่คลายปัญหาที่คั่งค้างเดิมให้หมดลงเสียก่อน สหภาพแรงงานฯ โดยอาศัยสิทธิ์ตาม มาตรา 13 แห่ง พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ 2518 จึงขอแจ้งข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างประจำปี 2551 จำนวน 5 ข้อดังนี้ |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
TLM
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
ศุกร์, 16 มกราคม 2009 07:34 |
|
 คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กำหนดให้มีการประชุมสรุปงานประจำปี 2551 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2552 ณ สีดารีสอร์ท นครนายก จึงขอเรียนเชิญผู้แทนองค์กรสมาชิกเข้าร่วมการประชุมสรุปงานดังกล่าว โดย ผู้แทนองค์กรสมาชิกที่เข้าร่วม ต้องเป็นระดับประธาน รองประธาน หรือเลขาธิการ ขององค์กรสมาชิก เพราะมีวาระสำคัญในการลงมติกันหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขกติกรรมคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงาน การเลือกตั้งประธาน และทีมงานบริหารงานชุดใหม่ และการกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านต่างๆ รายละเอียดตามกำหนดการด้านล่างนี้ |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Activities
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อังคาร, 13 มกราคม 2009 06:11 |
|
เนื่องด้วยสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงานในประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่ยังถูกจำกัดอย่างมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้แรงงานเพียง 1.3 เปอร์เซ็นต์ ของผู้มีงานทำในประเทศไทยเท่านั้นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ทั้งๆ ที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือ ILO ถือว่าสิทธิ เสรีภาพในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วมเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิด้านอื่นๆ อันจะนำมาซึ่งความก้าวหน้าทางสังคม การพัฒนาที่ยั่งยืน ความเสมอภาค ความยุติธรรมและการต่อต้านความยากจน จึงได้กำหนดให้อนุสัญญาฉบับที่ 87 ที่ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกันและอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรองเป็นอนุสัญญาหลัก 2 ใน 8 ฉบับ ที่มุ่งหมายให้ทุกประเทศสมาชิกถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่ถึงวันนี้รัฐบาลไทยยังคงปฏิเสธที่จะลงนามในอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับประกอบกับกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับปี พ.ศ.2518 ซึ่งใช้มาเป็นเวลานานกว่าสามสิบปีได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความล้าสมัยมีช่องโหว่หลายประการที่ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของคนงานและสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่มีสันติสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญคือไม่ได้ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิทั้งสองประการของคนงาน จึงได้มีการเคลื่อนไหวให้มีการปฏิรูประบบแรงงานสัมพันธ์ใหม่ โดยขบวนการแรงงานได้ร่วมกันยกร่างกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่กระบวนการดังกล่าวก็ดำเนินไปอย่างล่าช้าด้วยมีข้อจำกัดหลายประการ ดังนั้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ใช้แรงงานในประเทศไทยสามารถเข้าถึงสิทธิตามอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและศูนย์อเมริกันเพื่อแรงงานนานาชาติ ขอเชิญนักจัดตั้งสหภาพแรงงานเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ปัญหาการรวมตัวและเจรจาต่อรองของแรงงานในประเทศไทย : กำหนดยุทธศาสตร์การจัดตั้งของขบวนการแรงงานในประเทศไทย” ขึ้นในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2552 ณ โรงแรงบางกอกพาเลซ กรุงเทพ ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. รายละเอียดตามกำหนดการด้านล่าง |
|
แก้ไขล่าสุด ( พุธ, 14 มกราคม 2009 08:47 )
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
|
|
|
|
หน้า 4 จาก 13 |