|
News -
Activities
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
ศุกร์, 26 กันยายน 2008 04:48 |
|
สภาปฏิรูปการเมือง 28 กันยายน 2551 เวลา 10.00 น. ณ ห้องแอลที 1 คณะนิติศาสตร์ มธ.ท่าพระจันทร์ เนื่องด้วยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ได้ร่วมกันจัดเวที "สมัชชาปฏิรูปการเมือง" ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551 เวลา 10.00 - 13.00 น. ณ ห้องแอลที 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอรูปแบบและประเด็นในการปฏิรูปการเมืองและสังคม ของเครือข่ายองค์กรต่างๆ "ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน" จึงขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมตามวัน เวลา และสถานที่ดัวกล่าวข้างต้น |
|
Content -
General
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
วันจันทร์, 22 กันยายน 2008 05:48 |
|
ประชาธิปไตยจะประสบความสำเร็จได้ ประชาชนจะต้องเป็น “พลเมือง” (โดย ปริญญา เทวานฤมิตรกุล) การปก ครองระบอบประชาธิปไตยดังที่ได้กล่าวมาไม่เพียงแต่ต้องมีกติกา หรือรัฐธรรมนูญที่กำหนด ระบบ ที่จะใช้ในการปกครองประเทศเท่านั้น แต่ คน หรือประชาชนในระบอบการปกครองนี้จะต้องมีความเป็น พลเมือง ระบอบประชาธิปไตยจึงจะประสบความสำเร็จได้ “พลเมือง” ซึ่งเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตย จะประกอบไปด้วยลักษณะห้าประการดังต่อไปนี้ (1) อิสระชนที่เท่าเทียมกัน – ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในประเทศ จึงเกิดหลักสิทธิเสรีภาพพร้อมกับหลักความเสมอภาค พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยจึงต้องเป็น อิสระชน คือมี อิสรภาพ หรือเป็นไท ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลอำนาจหรือภายใต้การอุปถัมภ์ของผู้ใด ในทางหน้าที่การงาน มีเจ้านาย ลูกน้อง มีผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ในทางสังคมมีพี่มีน้องลุงป้าน้าอา มีการพึ่งพาอาศัย แต่ในฐานะ “พลเมือง” ทุกคนล้วนเสมอกัน ไม่ว่าจะหน้าที่การงานสูงกว่าหรือต่ำกว่า ไม่ว่าจะร่ำรวยกว่าหรือยากจนกว่า และไม่ว่าจะความรู้หรือคุณวุฒิสูงกว่าหรือต่ำกว่า พลเมืองในระบอบอบประชาธิปไตยจะเห็นว่า ตนนั้นเสมอกันกับคนอื่น และคนอื่นนั้นเสมอกันกับตน โครงสร้างสังคมในระบอบประชาธิปไตยจึงเป็น แนวระนาบ มิใช่ แนวดิ่ง ที่มีคนสูงกว่าและมีคนต่ำกว่า โดยที่คนต่ำกว่าจะต้องอยู่ใต้ และต้องปฏิบัติตามคนที่อยู่สูงกว่า ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบ อำนาจนิยม ไม่ใช่ประชาธิปไตย |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
Content -
General
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
ศุกร์, 19 กันยายน 2008 03:46 |
|

ตามที่เป็นข่าวเมื่อวานนี้ (18 กันยายน 2551) เกี่ยวกับการตั้งคำถามที่น่าสนใจของท่านผู้นำฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่อง "ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงมาเท่าเดือนกุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มกับสูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 3-5 บาทต่อลิตร ไม่ได้ลดลงมาตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอีกทั้งเงินบาทก็อ่อนตัวลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหานี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะสะท้อนให้เห็นว่ามาตราภาษีสรรพสามิตของรัฐบาล ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างที่กล่าวอ้าง" จากการตั้งคำถามข้างต้นของผู้นำฝ่ายค้านก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว เพราะถ้าหากเป็นตามที่อ้างแล้ว ปัจจุบันนี้ราคาน้ำมันจะต้องถูกกว่าราคาน้ำมันในเดือนกุมภาพันธ์ ในอัตราลิตรละ 2-3 บาท หรือต้องถูกลงกว่านี้ 5-8 บาท เนื่องจากว่าปัจจุบันไม่มีการเก็บภาษีสรรพสามิต แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์มีการเก็บภาษีดังกล่าวอยู่ ...."นี่หรือที่บอกว่าราคาน้ำมันอิงตามตลาดโลก"..... |
|
Content -
General
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
พุธ, 17 กันยายน 2008 07:53 |
|
ตามที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2551 เกี่ยวกับพนักงาน NBT ซึ่งเป็นพนักงานช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์เดิม ในส่วนของฝ่ายช่าง ฝ่ายเทคนิค ได้เคลื่อนไหว รณรงค์เรียกร้องให้พนักงาน ออกมาประท้วงฝ่ายบริหาร ให้นำโลโก้ช่อง 11 กลับมาใช้ แทน NBT เนื่องจากเห็นว่าทำให้เสียภาพลักษณ์ สูญเสียความน่าเชื่อถือจากที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสวัสดิการของพนักงานให้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะที่ผ่านมาปรากฏความขัดแย้งระหว่างพนักงานที่มาจากภายนอกกับพนักงานเดิมที่มีอัตราเงินเดือนค่าตอบแทนที่ต่างกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนงานแทบทุกภาคส่วนขณะนี้ แต่สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมีทิศทางที่สวนกันอยู่บ้าง กล่าวคือ ในภาคอุตสาหกรรมทั่วไปนั้น พนักงานที่เป็นลูกจ้างประจำขององค์กรจะมีสภาพการจ้างและสวัสดิการที่ดีกว่า คนงานรับเหมาช่วงหรือ Out source หรือ Sub Contract ซึ่งขบวนการแรงงานก็พยายามผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมกันอยู่ โดยเฉพาะในสายงานเดียวกัน แต่ในทางกลับกัน ปัญหาของ NBT กลับสวนทาง เพราะคนงานที่มาจากภายนอกหรือเหมาช่วงกลับมีสภาพการจ้างและสวัสดิการที่ดีกว่าพนักงานประจำของ NBT ที่ทำงานมาแล้วเป็นเวลานาน นั่นก็เป็นปัญหาที่ต้องมานั่งขบคิดกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่พนักงานเหล่านั้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่ากรมประชาสัมพันธ์ต้องรีบหาทางแก้ไขเร่งด่วนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมนี้ขึ้น ซึ่งพวกเราในฐานะองค์กรที่ส่งเสริมสิทธิของผู้ใช้แรงงานก็กำลังจับตามองการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นอยู่
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
Content -
General
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
พุธ, 17 กันยายน 2008 07:21 |
|

ขณะที่ Frank Lampard ดาวเตะแข้งทองของทีม Chelsea พึ่งบรรลุข้อตกลงสัญญา 5 ปีที่มีมูลค่าสูงถึง 39.2 ล้านปอนด์ โดย Lampard จะได้รับค่า 151,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 3,775 ปอนด์ต่อชั่วโมง! แต่จากการสำรวจของ The Fair Pay Network และ Institute of Public Policy Research (IPPR) พบว่าพนักงานทำความสะอาด พ่อครัวแม่ครัว และแรงงานตัวเล็กๆ ทั้งหลาย ของสโมสรอย่าง Chelsea, Spurs, Arsenal, West Ham และ Fulham กลับได้รับค่าเหนื่อยจากสัญญาจ้างค่าแรงขั้นต่ำแค่ 5.52 ปอนด์ต่อชั่วโมงเท่านั้น (ที่มาจาก website : Prachatai , เขียนโดย วิทยากร บุญเรือง) สามารถอ่านรายละเอียดได้ตามลิ้งนี้ http://blogazine.prachatai.com/user/headline/post/1205 |
|
แก้ไขล่าสุด ( พุธ, 17 กันยายน 2008 07:31 )
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
ศุกร์, 12 กันยายน 2008 06:30 |
จากการที่เมื่อวานนี้ (9 กันยายน 2551) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการใช้อำนาจรัฐกระทำการที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลหรือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งผลกำไรหรือรายได้ ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้สังคมไทยสามารถข้ามพ้นวิกฤตและความขัดแย้งทางการเมือง นำไปสู่การหาทางออกร่วมกันของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยประกอบด้วยสมาชิก 30 กว่าองค์กร คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ประกอบด้วยสมาชิก 300 องค์กร และเครือข่ายภาคประชาชน ฯลฯ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลต้อง ไม่ดึงดันที่จะเสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งขาดความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับเข้ามาสู่ตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง แต่จะต้องเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม และวุฒิภาวะทางการเมือง เป็นที่ยอมรับและสามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย 2. กลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตทางการเมืองที่ผ่านมาต้อง เข้ามาสู่การหาทางออกร่วมกัน ตามหลักนิติรัฐและวิถีทางประชาธิปไตย 3. รัฐบาลต้องยกเลิกประกาศตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที เพื่อนำประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ 4. สร้างกระบวนการปฏิรูปการเมือง โดยการมีส่วนร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งพรรคการเมือง องค์กรภาคประชาชน ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มเกษตรกร นักศึกษา นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอุดมการณ์และปัญหาโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน |
|
|
|
|
|
|
หน้า 6 จาก 13 |