|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อังคาร, 06 ตุลาคม 2009 04:27 |
"รัฐบาลไทยต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 โดยด่วน"
"ILO Conventions 87 & 98 RATIFY NOW...!"ขบวนการแรงงานไทย ภายใต้ชื่อ คณะทำงานผลักดันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ร่วมกันรณรงค์ให้รัฐบาลไทยให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 โดยมีการนัดรวมตัวกันในวัอังคารที่ 7 ตุลาคม 2552 เวลา 10.00 น. หน้าอาคารสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ "ลงแรง ลงขัน หยุดงาน 1 วัน เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงาน"คนงานไทยพร้อมลงใจ ลงแรง ร่วมกันหยุดงาน เพื่อชุมนุมรรณรงค์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 เวลา 10.00 น. หน้าอาคารสหประชาชาติ สำหรับรายละเอียดข้อเรียกร้องและแถลงการณ์จะนำขึ้นเวบไซต์ให้ทราบต่อไป |
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อาทิตย์, 16 สิงหาคม 2009 05:58 |
|

เนื่องด้วยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมกับ โซริดาริตี้เซ็นเตอร์ ประเทศไทย (Solidarity Center Thailand) และเครือข่ายพันธมิตรเพื่อแรงงานนานาชาติ (ALNI) กำหนดจัดสัมมนา เรื่อง "วิกฤตเศรษฐกิจกับผลกระทบของผู้ใช้แรงงาน ทางออกบนความร่วมมือระหว่างรัฐกับขบวนการแรงงาน" ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2552 ระหว่างเวลา 09.30-15.30 น. ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน กรุงเทพ รายละเอียดตามกำหนดการด้านล่างนี้ |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อังคาร, 26 พฤษภาคม 2009 06:58 |
เครือข่ายองค์กรแรงงานต่างๆ ร่วมคัดค้านการลดเงินสมทบประกันสังคมบทความโดย...ทีมวิชาการ UNI-TLC และ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) มีมติเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2552 ให้มีการลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้างจากฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง เหลือในอัตราฝ่ายละ 3% ของค่าจ้าง โดยรัฐบาลยังคงจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในอัตรา 2.75% ของค่าจ้างอยู่เช่นเดิม โดยกระทรวงแรงงานได้นำมติดังกล่าวเสนอขอความเห็นนอกรอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 โดยกระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้บางส่วน เนื่องจากมาตรการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่องของสถานประกอบการและเพิ่มกำลังซื้อสินค้าและบริการของลูกจ้าง ผู้ประกันตน ซึ่งเป็นผลทางอ้อมไปสู่การจ้างงาน และการมีงานทำของประชาชน ทั้งนี้การลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม กระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ประมาณวันที 1 กรกฎาคม 2552 และมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 รวม 6 เดือน จากนั้นให้กลับมาใช้ในอัตราเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป มติดังกล่าวนำมาสู่ความห่วงใยและกังวลใจของผู้ประกันตน จึงทำให้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยยื่นหนังสือคัดค้านในประเด็นดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น ในการสัมมนา "การลดเงินสมทบประกันสังคม ใครได้ประโยชน์...ใครเสียประโยชน์" ซึ่งจัดโดยกรรมาธิการการแรงงานฯ วุฒิสภา เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายจ้างมากกว่าลูกจ้าง หรือการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้อย่างเร่งรีบ โดยไม่มีกระบวนการฟังเสียงลูกจ้างและภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือเห็นต่าง ซึ่งแท้จริงแล้วจำเป็นต้องการให้ศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจประกาศลดเงินสมทบประกันสังคม เพราะผลพวงที่ตามมา คือ กองทุนประกันสังคม ต้องสูญเงินไปถึง 15,600 ล้านบาท |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
อังคาร, 26 พฤษภาคม 2009 06:20 |
|

แถลงการณ์ร่วม คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เครือข่ายสหภาพแรงงานสากล ในประเทศไทย (UNI-TLC) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เรื่อง ให้รัฐบาลยกเลิกการขึ้นภาษีน้ำมัน จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนี้ แต่ละประเทศต่างพยายามหาหนทางในการไขปัญหาของตนเอง ประเทศไทยซึ่งระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงต้องพึ่งพาต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งการลงทุนและการส่งออกผลผลิต และเมื่อระบบเศรษฐกิจโลกประสบกับปัญหาทำให้ประเทศไทยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน เมื่อมีปัญหาตลาดสินค้าในต่างประเทศไม่สามารถส่งออกสินค้าไปขายได้ทำให้สถานประกอบการจำนวนมากต้องปิดกิจการ เลิกจ้างคนงาน และสิ่งที่ตามมาคือรัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าที่วางไว้ ทำให้รัฐบาลต้องไปกู้เงินต่างประเทศถึง 800,000 ล้านบาท และปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ลงจาก 1.9 ล้านๆบาท เหลือ 1.7 ล้านๆบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณะที่รัฐบาลจะให้แก่ประชาชนในอนาคต ความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้วยการการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ประชาชนใช้จ่ายเงินมากขึ้นด้วยนโยบายต่างซึ่งดูแล้วล้วนเป็นนโยบายแก้ปัญหาระยะสั้นไม่ยั่งยืนเช่นโครงการแจกเงิน 2,000 บาท ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลนำมาโฆษณาผลงานบอกประชาชนถึงความสำเร็จ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวซึ่งแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโลกโอกาสจะฟื้นตัวคงต้องใช้ระยะเวลา และล่าสุดประเทศไทยเอง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประกาศปรับลดตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 1/2552 ติดลบ 7.1 เปอร์เซ็นต์ และแนวโน้มจะติดลบในปี 2552 ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
พุธ, 13 พฤษภาคม 2009 07:37 |
|
“วันกรรมกรสากล” หรือวัน MAY DAY มีประวัติมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพ โดยเริ่มมาจากประเทศในยุโรปและอเมริกา ประมาณช่วงศตวรรษที่ 19 จากผลพวงของการกดขี่ขูดรีดของพวกชนชั้นศักดินา ขุนนางและเจ้าที่ดินในสังคมเกษตรกรรม ทำให้ชาวนาที่ถูกกดขี่ได้ลุกฮือขึ้นต่อสู้กับนายทาส ไม่ยอมตกเป็นทาสของพวกชนชั้นกระฎุมพีอีกต่อไป ประกอบกับสังคมในยุคนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมทำให้ชาวไร่ชาวนาต้องอพยพไปเป็นลูกจ้างในเขตเมืองอุตสาหกรรม เนื่องจากต้องการหนีสภาพของการกดขี่ขูดรีดผลผลิตจากพวกนายทุนและพ่อค้าคนกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นที่เรียกกันว่าเป็น “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” ซึ่งอยู่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 ส่งผลให้ผู้คนต่างอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นคนงานภาคอุตสาหกรรมในโรงงานต่างๆ ต้องทนกับการถูกกดขี่ขูดรีดในรูปแบบใหม่จากนายทุนอุตสาหกรรม คือการถูกบังคับใช้แรงงานทาสที่ต้องทำงานหนักถึงวันละ 16-18 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมทั้งไม่มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิการต่างๆ
การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตนเองให้พ้นจากการเป็นแรงงานทาสได้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในปลายศตวรรษที่ 18 การเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ให้ลดชั่วโมงการทำงานลงได้เริ่มขยายวงกว้างลุกลามไปในหลายประเทศทั้งยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย และมีการนัดหยุดงานในอเมริกาหลายพันครั้งในช่วงปี ค.ศ.1884 ถึง 1886 และในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1886 ได้จัดให้มีการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ลดชั่วโมงการทำงานลงให้เหลือวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งมีคนงานเข้าร่วมชุมนุมเดินขบวนนับแสนคน เป็นผลให้พวกนายทุนที่ได้อำนาจรัฐ (เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนั้น) ใช้อาวุธทุบตี ขว้างปาระเบิด และยิงเข้าใส่คนงานที่มาชุมนุมเดนขบวน จนบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือก็ถูกจับกุมคุมขังและหลายคนถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิตในข้อหากบฏ ขบวนการแรงงานในแคนาดา อเมริกา และประเทศต่างๆ ในยุโรป ได้พร้อมใจกันชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องเพื่อให้มีการลดชั่วโมงทำงานลงอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1890 ขณะนั้นการนัดหยุดงานของคนงานในแทบทุกกิจการอุตสาหกรรมได้ขยายกว้างไปทั่วโลก และจากการต่อสู้อย่างมีจิตสำนึกทางชนชั้น เพื่อปลดปล่อยตนเองจาการถูกกดขี่ขูดรีดจากพวกนายทุนทั่วโลกนี้เอง ที่มีผลให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยอมรับและออกกฎหมายประกาศใช้ระบบสามแปด คือ ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง พักผ่อนวันละ 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้วันละ 8 ชั่วโมง ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม 1890 เป็น “วันกรรมกรสากล” ครั้งแรก |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
News -
Uni Thailand
|
|
เขียนโดย Kwansakul Chaopanon
|
|
พุธ, 22 เมษายน 2009 09:15 |
|
คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยได้กำหนดจัดเวที “ปฏิบัติการขบวนการแรงงานไทย ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ” ในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 – 13.30 น. ณ ห้องประชุมศุภชัย ศรีสติ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย นิคมรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ เพื่อให้การดำเนินงานผลักดันด้านนโยบาย และการให้ความช่วยเหลือแก่คนงานของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยที่ผ่านมา ได้นำเสนอเป็นกรณีศึกษาแก่สังคมและภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือต่อคนงาน และเพื่อนำเสนอข้อเสนอต่อภาครัฐในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จนนำมาสู่ปัญหาการเลิกจ้างแรงงานอย่างมโหฬาร โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมการส่งออกในโรงงานทั่วประเทศ ที่กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนักที่จะถูกเลิกจ้าง ถูกลดชั่วโมงทำงาน และไม่จ่ายเงินเดือน (รายละเอียดตามกำหนดการด้านล่างนี้)
กำหนดการเวที “ปฏิบัติการขบวนการแรงงานไทย ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ” วันอังคารที่ 28 เมษายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 – 13.30 น. ณ ห้องประชุมศุภชัย ศรีสติ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย นิคมรถไฟมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯ ร่วมจัดโดย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และ เครือข่ายสหภาพแรงงานสากล ในประเทศไทย (UNI-TLC) |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
|
|
|
|
หน้า 2 จาก 13 |